4 Page Builder ยอดนิยมของ WordPress (อัปเดตปี 2026)

Page Builder คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การสร้างเว็บไซต์ WordPress เป็นเรื่องง่าย แม้ไม่มีพื้นฐานเขียนโค้ดก็สามารถออกแบบหน้าเว็บได้ด้วยวิธี ลาก-วาง (Drag & Drop)
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 4 Page Builder WordPress ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด พร้อมอธิบายข้อดี ข้อเสีย และตารางเปรียบเทียบแบบชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณเลือก Page Builder ที่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณมากที่สุด
Page Builder คืออะไร
Page Builder คือปลั๊กอินหรือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน WordPress สามารถสร้างและออกแบบหน้าเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด โดยใช้วิธีลากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ ปุ่ม หรือฟอร์ม ไปวางในตำแหน่งที่ต้องการ ปัจจุบัน Page Builder ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ WordPress พัฒนา Gutenberg (Block Editor) ขึ้นมาเป็นเครื่องมือหลักแทน Classic Editor ตั้งแต่ WordPress เวอร์ชันใหม่ ๆ
Page Builder ส่วนใหญ่จะใช้กับหน้า Page ของ WordPress ทั้งในส่วนของหน้าแรกและหน้าอื่นๆ เช่น หน้าเกี่ยวกับเรา (About Us) หน้าติดต่อเรา (Contact Us) เป็นต้น ปัจจุบันผู้พัฒนาเครื่องมือนี้มีหลายรายทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ Page Builder ที่คนชอบใช้งานกันบ่อยๆ กันซักเล็กน้อยนะครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Elementor Page Builder

Elementor เป็น Page Builder ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการแก้ไขหน้าเว็บแบบเรียลไทม์ (Live Editor) และใช้งานง่ายมาก เราสามารถทำการติดตั้งปลั๊กอิน Elementor ได้ด้วยการดาวน์โหลดจากหน้าปลั๊กอินของ WordPress ซึ่งปลั๊กอินนี้จะมีแบบฟรีและเสียเงิน (Pro version) โดยเวอร์ชั่นเสียเงินนี้เราสามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถของ Elementor ได้มากขึ้น เนื่องจากมี Elements ที่ช่วยในการทำงานมากขึ้นครับ เช่น สามารถทำการปรับแต่งหน้าเว็บได้ทั้งหน้ารวมไปถึงในส่วนของหัวข้องหน้า (Header) และส่วนท้าย (Footer) ของหน้า เป็นต้น
จุดเด่น
- แก้ไขหน้าเว็บแบบเห็นผลทันที
- มีทั้งเวอร์ชันฟรี และ Pro
- รองรับ Header / Footer / Theme Builder
- มี Add-ons เสริมจำนวนมาก
- นักพัฒนาสามารถสร้าง Widget เพิ่มเองได้
ข้อสังเกต
- เวอร์ชัน Pro มีค่าใช้จ่าย
- หากใช้ Widget เยอะเกินไปอาจต้องปรับเรื่องความเร็วเว็บ
เหมาะกับ: มือใหม่, เว็บธุรกิจ, Landing Page, เว็บขายของ
WPBakery Page Builder

WPBakery Page Builder มักจะมากับธีมแบบพรีเมียมหลายธีม และเป็น Page Builder ที่อยู่ในตลาดมานาน WPBakery Page Builder นั้นมีจุดเด่นตรงที่มีส่วนประกอบหรือองค์ประกอบ (Elements) จำนวนมากที่สามารถนำมาประกอบหน้าเว็บได้สวยงาม มีเอกสารในหน้าเว็บไซต์สำหรับนักพัฒนาเว็บแนะนำวิธีการสร้างองค์ประกอบเฉพาะทำให้เราสามารถสร้างองค์ประกอบนั้นขึ้นมาเองได้ เช่น หากเราต้องการสร้างกล่องคำนวณเงินผ่อนชำระรถยนต์ ซึ่งใน Page Builder ไม่มี เราก็สามารถเขียนขึ้นมาได้เองเป็นต้น
จุดเด่น
- มี Elements จำนวนมาก
- รองรับการแก้ไขทั้ง Backend และ Frontend
- นักพัฒนาสามารถเขียนองค์ประกอบเพิ่มเองได้
- ทำงานร่วมกับธีมเก่าได้ดี
ข้อเสีย
- โค้ดค่อนข้างหนัก
- เมื่อใช้งานนาน ๆ อาจทำให้เว็บช้าหากไม่ Optimize
เหมาะกับ: เว็บที่ใช้ธีมเก่า, โปรเจกต์เดิมที่ไม่อยากเปลี่ยนระบบ

Page Builder by SiteOrgin

SiteOrigin เป็น Page Builder อีกตัวหนึ่งที่เคยเป็นที่นิยมใช้งานกันมากและเป็น Page Builder ยุคแรกๆ ข้อดีของมันก็คือ เราสามารถใช้งานได้ฟรี สามารถดาวน์โหลดจากเว็บของ WordPress มาใช้งานได้ การใช้งานของ SiteOrigin นั้นสามารถใช้งานในลักษณะวิตเจ็ตใน Backend Editor หรือช้งานแบบ Live Editor ได้ มีความสวยงามไม่แพ้ Page Builder ตัวอื่น สามารถเข้าไปอ่านเกี่ยวกับบทความของ Page Builder by SiteOrigin ได้ครับ
สำหรับองค์ประกอบที่เราจะนำมาใช้ในหน้าเว็บนั้น จะมีไม่มาก ในกรณีที่เราต้องการสร้างองค์ประกอบขึ้นมาใช้เองก็จะใช้เทคนิค Shortcode โดยนำไปใส่ในช่อง Text Editor ดังนั้นหากผู้พัฒนาเคยเขียน Shortcode สำหรับใช้งาน WordPress มาก่อนก็จะทำให้เราพัฒนาได้เร็วขึ้นครับ
จุดเด่น
- ฟรี 100%
- โค้ดไม่ซับซ้อน
- ใช้ Shortcode สร้างองค์ประกอบเองได้
- ปัจจุบันรองรับ Live Editor แล้ว
ข้อจำกัด
- UX ไม่เป็นมิตรเท่า Elementor
- Elements ให้มาน้อย
เหมาะกับ: นักพัฒนา, เว็บขนาดเล็ก, เว็บเน้นประสิทธิภาพ
Gutenberg
สำหรับ Page Builder ตัวถัดมาที่จะแนะนำก็คือ Gutenberg ซึ่งเป็น Page Builder ที่มาพร้อมกับ WordPress ตั้งแต่เราทำการติดตั้งโปรแกรม Gutenberg นั้น เริ่มพัฒนาและให้ใช้งานในปี 2019 ข้อดีของ Gutenberg ก็คือ ทำให้หน้าเว็บไซต์ของเราโหลดได้เร็วมาก เพราะมีความเบา ไฟล์มีจำนวนน้อย หากเราต้องการใช้งาน Gutenberg แทน Page Builder อื่นๆ เราจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถของมันครับ โดยทำการติดตั้งปลั๊กอินเสริมที่ถูกพัฒนามาจากนักพัฒนาอื่นๆ เช่น Advance Gutenberg, Atomic Blocks, Editor Blocks for Gutenberg, Stackable, Ultimate Addons for Gutenberg และ Kadence Block เป็นต้น (สำหรับคนที่สนใจใช้งาน Gutenberg สามารถดูวิธีการใช้งาน Gutenberg ได้ตามลิงก์ครับ)
จุดเด่น
- โหลดเร็วที่สุด
- ไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินเพิ่ม
- เหมาะกับ SEO และ Core Web Vitals
- รองรับ Block เสริมจากหลายค่าย เช่น Kadence, Stackable
ข้อจำกัด
- ความยืดหยุ่นน้อยกว่าค่ายอื่น
- ต้องพึ่ง Block เสริมเพื่อความสามารถขั้นสูง
เหมาะกับ: เว็บบทความ, เว็บ SEO, เว็บที่เน้นความเร็ว
ตารางเปรียบเทียบ Page Builder WordPress
| Page Builder | ใช้งานง่าย | ความเร็วเว็บ | เหมาะกับ SEO | ราคา | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|---|
| Elementor | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ฟรี / Pro | มือใหม่, ธุรกิจ |
| WPBakery | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐ | ⭐⭐ | เสียเงิน | เว็บธีมเก่า |
| SiteOrigin | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ | ฟรี | นักพัฒนา |
| Gutenberg | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ฟรี | เว็บบทความ |
สรุป
Page Builder ทั้ง 4 อย่างนี้ ผมได้เคยใช้งานมาแล้วทุกแบบนะครับ มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ที่โดดเด่นและดีมากหากคุณเป็นมือใหม่หรืออยากสร้างเว็บไซต์ได้เร็ว Elementor คือคำตอบที่ดีที่สุด ถ้าคุณเน้น ความเร็วและ SEO ระยะยาว แนะนำ Gutenberg ส่วน WPBakery เหมาะกับเว็บไซต์เดิมที่ไม่อยากเปลี่ยนระบบ และ SiteOrigin เหมาะกับนักพัฒนาที่ต้องการความยืดหยุ่น

